ศัลยกรรมเกาหลีต้องอยู่กี่วัน และแต่ละวันในโซลเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เขียนโดย ทีมล่ามการแพทย์ KCODI · ทีมภาษาอังกฤษอัปเดตล่าสุด · 9 นาทีอ่านจบ
คำถามแรกที่คนไทยทักมาถามเกือบทุกคนคือ ศัลยกรรมเกาหลี กี่วัน ถึงจะบินกลับได้ เพราะต้องลางาน ต้องจองตั๋ว และต้องบอกที่บ้านว่าหายไปกี่วัน
คำตอบไม่ใช่ตัวเลขเดียว มันขึ้นกับว่าทำอะไร ตัดไหมวันไหน และต้องเจอหมอกี่ครั้งก่อนกลับ ที่พลาดบ่อยคือจองตั๋วขากลับไว้ก่อน แล้วพบว่าวันตัดไหมอยู่หลังไฟลต์ไปหนึ่งวัน
เราเป็นทีมล่ามการแพทย์ในโซล พาคนไข้เข้าห้องปรึกษาและอยู่ด้วยในวันผ่าตัด บทความนี้ไล่ทีละวันว่าทริปหนึ่งหน้าตาเป็นอย่างไร และควรเผื่อวันไว้เท่าไร
จำนวนวันของแต่ละหัตถการ ต่างกันเพราะอะไร
สิ่งที่กำหนดจำนวนวันไม่ใช่ความเจ็บ แต่เป็นสามอย่าง วันตัดไหม จำนวนครั้งที่ต้องเจอหมอ และระยะที่หมออนุญาตให้ขึ้นเครื่อง หัตถการที่แผลอยู่ในเยื่อบุและไม่ต้องตัดไหมจึงใช้วันน้อยกว่า
| หัตถการ | อยู่โซลโดยประมาณ | ตัวกำหนดจำนวนวัน |
|---|---|---|
| ทำตาสองชั้น | ราว 5 ถึง 7 วัน | ตัดไหมประมาณวันที่ 5 ถึง 7 บวมรอบตาชัดสัปดาห์แรก |
| ผ่าตัดถุงใต้ตา | ราว 5 ถึง 7 วัน | แผลอาจอยู่ในเยื่อบุตา ต้องดูรอยช้ำก่อนบิน |
| เสริมจมูก | ราว 7 ถึง 10 วัน | ถอดเฝือกและตัดไหมคนละวัน ต้องเจอหมอหลายครั้ง |
| ดูดไขมัน | ราว 5 ถึง 7 วัน | ต้องใส่ชุดกระชับและเข้ามาดูแผลตามนัด |
| เสริมหน้าอก | ราว 7 ถึง 10 วัน | ต้องตรวจแผลและดูอาการบวมก่อนขึ้นเครื่อง |
| ศัลยกรรมโครงหน้า | ราว 10 ถึง 14 วัน | บวมมากในสัปดาห์แรก ต้องติดตามผลหลายครั้ง |
| ดึงหน้า | ราว 10 ถึง 14 วัน | แผลยาวและตัดไหมหลายจุด หลายรอบ |
| ผ่าตัดแก้ไข | ราว 7 ถึง 14 วัน | ขึ้นกับว่าต้องแก้อะไร และใช้เนื้อเยื่อจากที่อื่นหรือไม่ |
รายละเอียดของแต่ละหัตถการ ทั้งเวลาผ่าตัด วิธีระงับความรู้สึก และจำนวนครั้งที่ต้องเข้าคลินิก ดูได้ในหน้าของหัตถการนั้น เช่น เสริมจมูกที่เกาหลี ทำตาสองชั้นที่เกาหลี และ ศัลยกรรมโครงหน้าที่เกาหลี
ทริป 7 วันของคนไข้ที่ทำตาหรือเสริมจมูก หน้าตาเป็นแบบนี้
นี่คือรูปแบบที่เราจัดให้บ่อยที่สุด ใช้ได้กับหัตถการที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ถ้าคุณทำโครงหน้าหรือดึงหน้า ให้ขยับทุกอย่างออกไปอีกราวหนึ่งสัปดาห์
| วัน | เกิดอะไรขึ้น | สิ่งที่ควรเผื่อไว้ |
|---|---|---|
| วันที่ 1 | ลงเครื่อง เข้าที่พัก พักให้หายเพลีย | อย่านัดปรึกษาวันเดียวกับวันบิน ถ้าไฟลต์ดีเลย์จะพังทั้งตาราง |
| วันที่ 2 | วันปรึกษา ตรวจร่างกาย ออกแบบ เซ็นใบยินยอม ยืนยันใบเสนอราคา | เผื่อเวลาครึ่งวัน อาจต้องตรวจเลือดและรอผล |
| วันที่ 3 | วันผ่าตัด กลับที่พักในวันเดียวกันสำหรับหัตถการส่วนใหญ่ | ต้องมีคนพากลับ ห้ามขับรถหรือเดินทางคนเดียวหลังได้ยาระงับความรู้สึก |
| วันที่ 4 | เข้าคลินิกทำแผลหรือดูอาการ | วันที่บวมมากที่สุดมักเป็นวันที่ 2 ถึง 3 หลังผ่าตัด |
| วันที่ 5 ถึง 6 | พักฟื้น ประคบตามที่คลินิกสั่ง กินยาตามเวลา | เตรียมอาหารอ่อนและร้านใกล้ที่พักไว้ล่วงหน้า |
| วันที่ 7 | ตัดไหม ฟังคำแนะนำการดูแลต่อ รับเอกสารและยา | ถ้าหมอเลื่อนวันตัดไหม ตั๋วขากลับต้องเลื่อนตาม |

บวมหายเมื่อไร และหน้าตาแต่ละสัปดาห์เป็นอย่างไร
คนไข้ส่วนใหญ่ตกใจวันที่ 2 ถึง 3 เพราะบวมขึ้นถึงจุดสูงสุด ไม่ใช่ลดลง นี่เป็นลำดับปกติของการหายแผล แต่ถ้าไม่มีใครบอกไว้ก่อน มันน่ากลัวมากตอนส่องกระจกในห้องพักคนเดียว
- วันที่ 1 ถึง 3 บวมเพิ่มขึ้นทุกวัน อาจมีรอยช้ำ ประคบตามที่คลินิกสั่ง
- วันที่ 4 ถึง 7 บวมเริ่มลด รอยช้ำเปลี่ยนสี ตัดไหมในช่วงนี้สำหรับหลายหัตถการ
- สัปดาห์ที่ 2 ถึง 3 หน้าตาเริ่มดูเป็นปกติพอที่จะกลับไปทำงานที่ไม่ต้องเจอคนมาก
- เดือนที่ 1 ถึง 3 บวมเหลือเฉพาะจุดที่สังเกตได้เอง
- เดือนที่ 6 ถึง 12 ทรงเข้าที่จริง โดยเฉพาะจมูกและโครงหน้า
เพราะแบบนี้ การนับวันลางานจึงควรนับสองชั้น ชั้นแรกคือวันที่ต้องอยู่โซล ชั้นที่สองคือวันที่กลับถึงไทยแล้วยังไม่อยากเจอใคร สำหรับหัตถการโครงหน้า ช่วงที่สองมักยาวกว่าที่คนไข้คิด อ่านรายละเอียดที่ ศัลยกรรมวีไลน์เกาหลี พักฟื้นและความเสี่ยง
บินกลับได้เมื่อไร และเรื่องที่ต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่อง
การขึ้นเครื่องเร็วเกินไปไม่ได้ทำให้ผลการผ่าตัดเสีย แต่ทำให้ช่วงพักฟื้นแย่ลงและทำให้คุณอยู่ไกลหมอในช่วงที่ควรอยู่ใกล้ที่สุด ห้องโดยสารแห้งมาก ความดันเปลี่ยน และการนั่งนิ่งนานทำให้บวมมากขึ้น
- ให้หมอเป็นคนบอกวันบิน ไม่ใช่ให้ตั๋วเป็นคนบอกวันผ่าตัด
- จองตั๋วแบบเปลี่ยนวันได้ หรือเผื่อวันท้ายทริปไว้อย่างน้อยหนึ่งถึงสองวัน
- ขอเอกสารสรุปการรักษาเป็นภาษาอังกฤษก่อนกลับ เผื่อต้องหาหมอที่ไทย
- ถามว่ายาที่ได้รับ พกขึ้นเครื่องและนำเข้าไทยได้ไหม ให้ขอใบสั่งยาหรือฉลากที่มีชื่อสามัญ
- ถ้ามีเฝือกหรือแผลที่เห็นชัด เตรียมหน้ากากและหมวกไว้ และเผื่อเวลาที่จุดตรวจ
- เลี่ยงไฟลต์ต่อเครื่องยาวในสัปดาห์แรกถ้าเลือกได้
วันว่างระหว่างทริป ทำอะไรได้และห้ามทำอะไร
คนไข้หลายคนวางแผนเที่ยวไว้เต็มตารางในวันที่ไม่ต้องเข้าคลินิก แล้วต้องยกเลิกเกือบหมด สิ่งที่ทำได้จริงมีน้อยกว่าที่คิด และคำสั่งหลังผ่าตัดของเกาหลีค่อนข้างเข้มงวด
| กิจกรรม | ช่วงสัปดาห์แรก | เหตุผล |
|---|---|---|
| เดินเล่นระยะสั้นใกล้ที่พัก | ทำได้ ถ้าไม่เหนื่อยและไม่ร้อน | ช่วยการไหลเวียน แต่ห้ามหักโหม |
| ซาวน่า จิมจิลบัง สระว่ายน้ำ | ห้าม | ความร้อนและน้ำเพิ่มความเสี่ยงบวมและติดเชื้อ |
| ออกกำลังกายหนัก ยกของ | ห้าม | ความดันเพิ่มขึ้น เสี่ยงเลือดออกที่แผล |
| ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ | ห้าม | ทั้งคู่ทำให้แผลหายช้าและบวมนานขึ้น |
| ช้อปปิ้งทั้งวัน เดินตลาดกลางคืน | เลี่ยงในสามวันแรก | ยืนนานทำให้บวมมากขึ้นชัดเจน |
| แต่งหน้า ใส่คอนแทคเลนส์ | ตามที่คลินิกกำหนด | ขึ้นกับตำแหน่งแผล ต้องถามหมอโดยตรง |
เรื่องอาหารก็มีผล คนไข้ที่ทำโครงหน้าหรือจัดฟันร่วมด้วยจะเคี้ยวลำบากหลายวัน เราจึงบอกร้านที่มีอาหารอ่อนใกล้ที่พัก และร้านยาที่เปิดดึกไว้ให้ตั้งแต่วันแรก ถ้าอยากทำผิวหน้าเพิ่มในทริปเดียวกัน ต้องเว้นระยะจากวันผ่าตัด ดูแนวทางที่หน้า คลินิกผิวหนังเกาหลี

ล่ามการแพทย์อยู่ตรงไหนของตารางนี้
วันที่คุณต้องการคนที่พูดภาษาเกาหลีได้มากที่สุดมีสองวัน วันปรึกษา ตอนที่หมออธิบายความเสี่ยงและคุณเซ็นเอกสาร และวันผ่าตัด ตอนที่คุณง่วงจากยาและพยาบาลกำลังสั่งเรื่องการดูแลแผล
ล่ามของ KCODI ไปกับคุณทั้งสองวัน ไม่มีค่าล่าม เธอคุยกับคลินิกเป็นภาษาเกาหลีและสื่อสารกับคุณเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนการทักมาคุยกับทีมเราก่อนเดินทาง คุยภาษาไทยได้ เธอจดคำสั่งหลังผ่าตัดให้เป็นข้อความที่คุณอ่านย้อนได้ในห้องพัก และติดต่อคลินิกแทนคุณถ้ามีอาการที่ต้องถาม ดูรายละเอียดที่ ล่ามการแพทย์ของเรา
เราจองแบบเดียวกับคนไข้เกาหลีในอัตราที่ตกลงกับพาร์ตเนอร์ ไม่มีราคาชุดชาวต่างชาติ และคุณได้ใบเสนอราคาแยกรายการก่อนจ่ายมัดจำ วิธีอ่านเอกสารนั้นอยู่ในบทความ อ่านใบเสนอราคาศัลยกรรมเกาหลี ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากอะไร ตอบคำถาม 4 ข้อใน หน้าจับคู่คลินิก


